บ๊ายบาย ! ร็อดเจอร์ … ใครล่ะ จะมาแทนที่?

ผลเสมอ 1-1 นัดล่าสุดกับการบุกไปเยือนเอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสัน พาร์ค เป็นฟางเส้นสุดท้ายระหว่างบอร์ดบริหารของลิเวอร์พูล กับผู้จัดการทีม “เบรนแดน ร็อดเจอร์” ซึ่งหลังจบเกมไม่กี่ชั่วโมงได้มีแถลงการณ์ปลดร็อดเจอร์ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ เป็นอันสิ้นสุดช่วงเวลา 3 ปีกับทีมหงส์แดง

rod-3

3 ปีของร็อดเจอร์กับลิเวอร์พูล ช่วงเวลาที่ดีที่สุดเห็นจะเป็นฤดูกาล 2013-2014 ที่เขาเคยพาหงส์แดงก้าวสู่การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว แต่จากเหตุการณ์ที่อาจเรียกได้ว่าสะดุดขาตัวเอง ทำให้หงส์แดงพลาดโอกาสในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเสียดาย

แม้จะเคยมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม แต่จากผลงานโดยรวมที่ไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลยตลอดการคุมทีม 3 ปี ประกอบกับฟอร์มการเล่นของทีมที่ออกทะเลตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาล 2014-2015 จนกระทั่งมาถึงฤดูกาล 2015-2016 มิหนำซ้ำงบประมาณมหาศาลในการกว้านซื้อนักเตะใหม่ตลอดสองฤดูกาลหลัง กลับไม่ช่วยเร่งฟอร์มหงส์แดงให้กับมาลุ้นแชมป์อีกครั้งได้ นี่คือหนึ่งสิ่งที่ร็อดเจอร์ต้องรับไปเต็มๆ

ปัจจัยสำคัญถัดมาเห็นจะเป็นเรื่องของตัวนักเตะ ปลายฤดูกาล 2014-2015 เกิดเหตุการณ์ช็อคสาวกเดอะค็อปทั่วโลก เมื่อสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมและเสมือนเป็นสัญลักษณ์ประจำสโมสรประกาศย้ายทีมหลังจบฤดูกาล ซึ่งสื่อในต่างประเทศวิเคราะห์กันว่า สาเหตุที่เจอร์ราร์ดไม่ต่อสัญญาเนื่องจากท่าทีของบอร์ดบริหารที่พยายามไม่ต่อสัญญา พร้อมกับยื้อเวลาจนกว่าจะหมดสัญญา ขณะที่แท็กติกของร็อดเจอร์มีความพยายามที่จะใช้เจอร์ราร์ดน้อยลง แสดงความไม่ชัดเจนเรื่องตำแหน่งในทีม ทำให้เจอร์ราร์ดตัดสินใจโบกมือลาถิ่นแอนฟิลด์ไปแบบไม่เต็มใจ และนี่จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ร็อดเจอร์สร้างความไม่พอใจแก่แฟนบอลลิเวอร์พูล

rod-2

ในสนามกับเรื่องแท็คติก ถ้าใครที่ดูลิเวอร์พูลเตะตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วมาจนถึงต้นฤดูกาลนี้ คงสงสัยว่า เฮ้ย ! ร็อดเจอร์ เมิงจะใช้แผนอะไรกันแน่ว่ะ, เฮ้ย ! เมิงเปลี่ยนคนนี้ออกทำไม กำลังเล่นดี …. ความสับสนในแผนการเล่นแต่ละเกม การแก้เกมที่ไม่สามารถจับทิศทางได้ ส่งผลต่อผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีม จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ทำไมต้นฤดูกาล 2015-2016 นี้ในพรีเมียร์ลีก หงส์แดงเก็บชัยชนะได้เพียง 3 นัด จาก 8 เกม เสมอ 3 และแพ้ไปแล้ว 2 เกม รั้งอันดับ 10 ของตารางคะแนน แถมในยูโรป้า ลีก ยังไม่สามารถชนะคู่แข่งได้เลย เสมอทั้ง 2 นัด มีเพียง 2 คะแนน

แน่นอนว่าจากทั้งหมดที่กล่าวไปจึงมีน้ำหนักเพียงพอที่ทำให้บอร์ดบริหารหมดความอดทนกับร็อดเจอร์ จนนำมาซึ่งการปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ในวันที่ 4 ตุลาคม 2015 ซึ่งเจ้าของทีมอย่าง จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ พร้อมกับทอม เวอร์เนอร์ ประธานของสโมสร กล่าวถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า “…เราทุกคนต่างได้พบช่วงเวลาที่ดีกับเบรนแดน เรามั่นใจว่าเขาจะมีช่วงอาชีพของการเป็นกุนซือในวงการนี้ต่อไป ถึงแม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่เราจะสร้างโอกาสที่ดีที่สุดเพื่อนำซึ่งความสำเร็จในสนาม และเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้เรามีโอกาสนั้น และกระบวนการสรรหาผู้จัดการทีมคนใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว …”

ในกระบวนการสรรหาผู้จัดทีมคนใหม่ เราไม่มีทางรู้ได้ว่าผู้บริหารมีใครที่อยู่ในใจแล้วหรือยัง? แต่จากกระแสทั้งในต่างประเทศ รวมไปถึงความต้องการของแฟนบอลเดอะค็อป ชื่อของ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ดูจะมีการพูดถึงกันอย่างหนาหู พร้อมกันนี้บ่อนการพนันถูกกฎหมายของอังกฤษ ต่างพากันเปิดราคาและดันคล็อปป์ขึ้นเป็นเต็ง 1 กุนซือใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ร็อดเจอร์

rod-4

กุนซือชาวเยอรมัน ประกาศวางมือจากการคุมทีมดอร์ทมุนด์เมื่อจบฤดูกาล 2014-2015 พร้อมทิ้งผลงานแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัย, แชมป์เดเอฟเบ โพคาล, แชมป์เดเอฟแอล ซูเปอร์คัพ 3 สมัย และเคยพาดอร์ทมุนด์เข้ารอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมป์เปียนส์ลีก อีกหนึ่งครั้งด้วย

ด้วยสไตล์การทำทีมในแบบฉบับเอ็นเตอร์เทนคนดู ใช้แผนบุกและก็บุก และคาแรคเตอร์การคุมทีมข้างสนามแบบเร้าใจ ตะโกนสั่งลูกทีมตลอดเกมซึ่งต่างจากร็อดเจอร์สิ้นเชิง ทำให้คล็อปป์จึงเป็นความหวังของเหล่าเดอะค็อปที่จะเข้ามาช่วยปลุกความเป็นเครื่องจักรสีแดงให้ฟื้นคืนมาเหมือนดั่งอดีตอีกครั้ง

แต่การจะดึงคล็อปป์เข้ามาคุมทีมนั้น บอร์ดบริหารหงส์แดงอาจจะต้องยอมทำตามเงื่อนไขที่มีการเปิดเผยว่า คล็อปป์ขออิสระในการเลือกซื้อนักเตะเข้าทีม สตาฟ์โค้ช และแมวมองจะต้องเป็นทีมงานของเขาทั้งสิ้น ซึ่งน่าติดตามว่าบอร์ดบริหารจะยอมรับข้อเรียกร้องตรงนี้หรือไม่

r-4ภาพเมื่อครั้งที่เจอร์เก้น คล็อปป์ พาดอร์ทมุนด์บุกมาเยือนถิ่นแอนฟิลด์ และตอนนี้เหล่าเดอะค็อปคงอยากเห็นภาพนี้อีกครั้ง แต่เป็นในฐานะกุนซือลิเวอร์พูล

คนต่อมาที่แฟนบอลหงส์แดงอยากได้ไม่น้อยเหมือนกัน และถูกวางให้เป็นเต็ง 2 นั่นคือ “คาร์โล อันเชล็อตติ” กุนซือชาวอิตาลี ที่เคยผ่านการคุมทีมและคว้าแชมป์รายการต่างๆ มาอย่างโชกโชนทั้งในอิตาลี สเปน รวมถึงในอังกฤษกับเชลซี แต่อุปสรรคที่ขวางกั้นอยู่คือเรื่องของค่าจ้าง ประกอบกับบอร์ดบริหารหงส์แดงจะต้องยอมทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อเป็นปัจจัยในการซื้อนักเตะใหม่ๆ ตามที่อันเช่ต้องการด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าเรื่องเงินเรื่องทองคงทำให้บอร์ดบริหารหงส์แดงต้องคิดหนักพอสมควร

rod-5

เคยร่วมงานกับซุปตาร์ระดับโลกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาแล้วที่รีล มาดริด

ส่วนผู้จัดการทีมรายอื่นๆ ถัดมาที่ตกเป็นข่าวพัวพันกับลิเวอร์พูล ยังมีอย่าง แฟรงค์ เดอ บัวร์ กุนซือชาวฮอลแลนด์ของอาแจ็กซ์ อัมสเตอดัม รวมไปถึงรายล่าสุดอย่าง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ กุนซือหนุ่มชาวอิตาลี ผู้ที่เคยพาเชลซีคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก มาแล้ว ก็ตกอยู่ในข่ายเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามไม่ว่าใครจะเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูล จะเป็นเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างที่แฟนบอลหวังไว้รึเปล่า สิ่งที่ทุกคนอยากเห็นคือการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ชัดเจนเรื่องสไตล์การเล่น ปรับปรุงเรื่องเกมรับแบบด่วนจี๋ และเชื่อว่าลึกๆ แล้วแฟนบอลเดอะค็อปคงอยากเห็นการคัมแบ็คสู่ทีมของสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ไม่ว่าในฐานะของนักเตะ หรือโค้ชก็ตาม

เส้นทางจากนี้ของหงส์แดงยังไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ศรัทธาของเดอะค็อปทั่วโลกที่มีต่อทีมยังมีอยู่ต่อไปไม่เสื่อมคลาย และหากผู้จัดการทีมคนใหม่เป็นหนึ่งในเต็ง 1 และ 2 ล่ะก็ สาวกหงส์แดงคงแอบหวังให้พาทีมรักก้าวขึ้นมาท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ….

เซียนอยู่แฟลต