เที่ยวจันทบุรี เที่ยวเพลินๆ เดินชิวๆ ชุ่มช่ำด้วยฝนที่โปรยปราย (ตอนแรก)

สวัสดีทุกท่านครับ เป็นครั้งแรกที่ผมมีเวลาว่างได้ลองนั่งเขียนรีวิวเรื่องกิน เที่ยวดูบ้าง เปลี่ยนบรรยากาศจากการทำข่าวไอที รีวิวพวกมือถือ แท็บเล็ต ซึ่งแรกๆ ที่คิดไว้ก็ดูเหมือนจะง่าย แต่พอลองนั่นจ้องที่หน้า word แล้ว กลับไม่รู้จะเริ่มต้นไงดี เอาเป็นว่าถึงตรงนี้แล้วก็พอจะถูๆ ไถๆ ไปได้บ้างล่ะครับ…อิอิ ^^

ที่ผมจะพาไปวันนี้เป็น “จังหวัดจันทบุรี” โดยมีผู้ร่วมเดินทางไปกับรถยนต์ของผมครั้งนี้มี ผู้ใหญ่ 5 เด็ก 1 รวม 6 คน พวกเราเริ่มต้นเดินทางช่วงเช้าประมาณ 9 โมงของวันที่ 30 กรกฎาคม จากหมู่บ้านกลางเมือง เดอะ ปารีส แถวกรุงเทพกรีฑา ซึ่งก่อนเดินทางเริ่มฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย ไม่นานนักก็หยุดและมีแดดออก เป็นสัญญาณที่ดีระหว่างขับรถที่อาจจะไม่เจอฝน

tarmjai-2

แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหรอกครับ เพราะอย่างที่คนรู้ว่าช่วงเดือนกรกฎาคม บางจังหวัดแล้ง บางจังหวัดฝนตกหนักมาก ซึ่งช่วงที่เข้าระยอง ฝนตกหนักมากครับ จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพอสมควรเพื่อความปลอดภัย ฝนตกอยู่ราวๆ ชั่วโมง ก็หยุดได้ซะที เวลาก็ผ่านมาถึงก็เกือบเที่ยงก็ได้เวลาหาอะไรใส่ท้องก่อนจะขับรถต่อไปยังจันทบุรี

ระหว่างทางเราเจอร้านข้างทางร้านหนึ่ง เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เป็ดตุ๋น แถมมีตามสั่งด้วย ซึ่งผมพยายามมองหาป้ายชื่อร้าน กลับไม่มีบอก มีเพียงป้ายบอกว่าร้านนี้ขายอะไรบ้าง

tarmjai-3

อาหารที่พวกเราสั่งมีทั้งเส้นหมี่เป็ดตุ๋น, เกาเหลาหมูตุ๋น และอีกสองสามอย่างที่เพื่อนๆสั่ง (ไม่ได้ถ่ายเก็บทุกจาน) แต่ต้องบอกว่าเป็นการสุ่มหาร้านอาหารที่โชคดีมากกกกก เพราะรสชาติอร่อยแบบไม่ต้องปรุง ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุป หรือเนื้อเป็ดตุ๋นที่ต้มจนเปื่อย สามารถใช้ตะเกียบแซะออกมากินกันได้อย่างง่ายดาย

เมื่ออิ่มท้องแถมได้ความอร่อยกันเต็มที่แล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อไปยังที่พักที่ได้จับจองไว้ ใช้เวลาราวๆ ชั่วโมงเศษๆ ก็มาถึงที่พัก “ เคปโก้ รีสอร์ท ” ซึ่งเป็นรีสอร์ทติดถนนเลียบเนิน (หากเรียกผิดต้องขออภัย) ไม่ติดทะเล ตั้งอยู่เลขที่ 44/9 ม.4 ต.คลองขุด อ.เมือง จันทบุรี เมื่อเข้ามาถึงจะเป็นลาดจอดรถที่จอดได้ราวๆ 10-15 คัน ลักษณะห้องที่พักจะมีสองแบบ แบบแรกเป็นบ้านแบบน็อคดาวน์ ซึ่งเราจองไว้ทั้งหมด 3 หลัง สำหรับพักบ้านละ 2 คน ส่วนแบบที่สองจะอยู่ท้ายสุดของรีสอร์ทเป็นห้องเรียงติดกัน ขณะที่ตรงกลางรีสอร์ทจะเป็นสระว่ายน้ำ ที่ต้องขอบอกว่าค่อนข้างเล็ก มีแบ่งส่วนไว้สำหรับเด็กเพียงหย่อมหนึ่งเท่านั้น แต่อย่างน้อยการมีสระว่ายน้ำก็นับเป็นอีกหนึ่งจุดพักผ่อนได้เป็นอย่างดีครับ

ช่วงที่มาถึงที่พักยังมีฝนโปรายปรายลงมาบ้าง แต่ยังพอให้ผมได้มีโอกาสสำรวจรอบๆ ซึ่งฝั่งตรงข้ามจะเป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทชื่อบูรพาบีช ที่เจ้าหน้าที่บอกกับเราว่าสามารถเดินทะลุไปถึงชายหาดแหลมเสด็จได้ โดยจากการคำนวณระยะทางการเดินจากเคปโก้ รีสอร์ท ข้ามมายังบูรพาวิถี และเดินไปยังชายทะเล มีระยะทางประมาณ 500 เมตร เมื่อไปถึงต้องบอกเลยว่าคนไม่พลุกพล่าน ได้ยินเพียงเสียงน้ำทะเล เสียงลมปนฟ้าร้องหน่อยๆ เพราะฝนใกล้จะตกอีกระลอกแล้ว หากบรรยกาศดี ฟ้าเปิด เชื่อว่าคงได้เห็นความสวยของชายหาดแหลมเสด็จกันแบบเต็มๆ ส่วนบรรยากาศชายหาดก่อนฝนจะตกเป็นอย่างไร เชิญชมตามภาพเลยครับ

tarmjai-17

เสร็จจากเดินชมวิวทิวทัศน์ก็ต้องรีบวิ่งกลับมาที่พัก เพราะฝนก็ตกระหน่ำมาอีกแบบไม่ลืมหูลืมตา เลยต้องขอหลับสักงีบก่อนจะตื่นมาราวๆ 6 โมงนิดๆ ก็ได้เวลาตระเวนหามื้อเย็นรับประทานกันสักหน่อย ต้องขอบอกว่าการจะหาร้านทานนั้นต้องขับรถจากที่พักไปราวๆ 1 กิโลเมตร ซึ่งเราก็ได้แวะไปร้านอาหารร้านหนึ่งที่ติดชายหาดแหลมเสด็จ เป็นร้านประเภทตามสั่ง ที่ต้องบอกว่ารสชาติอาหารพอทานได้ ไม่ถึงกับอร่อยเลิศเลอ แถมราคาไม่แพง

เที่ยวจันทบุรี วันแรกกับมื้อเย็นที่แสนจะเรียบง่าย ^^

หลังจากนั่งกิน นั่งเมาส์ ชมทะเลที่ยังมีฝนโปรยปราย ก็ได้เวลากลับที่พักช่วงราวๆ สองทุ่มนิดๆ และระหว่างทางก็ไม่พลาดแวะจับจ่ายขนม นม เบียร์ ที่เซเว่น เพื่อไปชิวกันต่อยังที่พัก และเข้านอนช่วงประมาณเกือบเที่ยงคืน เป็นอันจบวันแรกที่แสนจะชุ่มช่ำ